ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการให้อาหารสายยาง  (อ่าน 29 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 959
    • ดูรายละเอียด
วิธีการให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: วันที่ 20 พฤษภาคม 2026, 16:00:27 น. »
วิธีการให้อาหารสายยาง

การให้อาหารทางสายยาง (Enteral Nutrition) เป็นกระบวนการส่งผ่านสารอาหารเหลวและน้ำเข้าสู่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ของผู้ป่วยโดยตรง มีขั้นตอนปฏิบัติที่ต้องอาศัยความละเอียดและความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การสำลัก ท้องอืด หรือการติดเชื้อ โดยมีวิธีและขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ครับ

🧼 1. การเตรียมตัวและอุปกรณ์ก่อนให้อาหาร (ก่อนให้)

ล้างมือให้สะอาด: ผู้ดูแลต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยิบจับอุปกรณ์

จัดท่าผู้ป่วย (สำคัญมาก): ปรับเตียงให้ผู้ป่วยนอนหนุนศีรษะสูงอย่างน้อย 30–45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน) เสมอ ห้ามนอนราบเด็ดขาด เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับและสำลักลงปอด

ตรวจเช็กตำแหน่งสายยาง: สำหรับสายให้อาหารทางจมูก (NG Tube) ให้ดูขีดเครื่องหมายบนสายยางว่ายังอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่ พลาสเตอร์ติดแน่นดีไหม

ทดสอบน้ำย่อยและเช็กอาหารตกค้าง (Residual Volume): ใช้กระบอกไซริงค์ (Syringe) ต่อเข้าปลายสายยางแล้วลองดูดเช็กดูว่ามีอาหารมื้อเก่าค้างอยู่ในกระเพาะหรือไม่

แนวทางปฏิบัติ: หากดูดออกมาแล้วมีอาหารเก่าค้างเกิน 50–100 ซีซี ให้ดันอาหารเก่ากลับคืนไปเบาๆ แล้วเลื่อนเวลามื้อใหม่ออกไปอีก 1 ชั่วโมง เพื่อรอให้กระเพาะย่อยหมดก่อน หากดูดได้น้อยกว่านั้นหรือไม่มีค้าง สามารถให้อาหารมื้อใหม่ได้ตามปกติ


🚀 2. ขั้นตอนการให้อาหารเหลว (ระหว่างให้)

พับสายยางทุกครั้งก่อนเปิดจุก (Kink สาย): ก่อนที่จะเปิดจุกท่อสายยางเพื่อต่อกระบอกไซริงค์ หรือตอนที่จะเทอาหารลงไป ต้องใช้นิ้วพับสายยางไว้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศหรือลมไหลสวนเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยท้องอืดและแน่นท้อง

ปล่อยให้อาหารไหลตามแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ (Gravity Flow): เมื่อต่อกระบอกไซริงค์และเทอาหารเหลวลงไปแล้ว ให้ยกกระบอกสูบให้สูงกว่าหน้าอกผู้ป่วยประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วปล่อยให้อาหารค่อยๆ ไหลลงช้าๆ

ข้อห้าม: ห้ามใช้ลูกสูบดันอาหารเด็ดขาด และห้ามยกกระบอกสูงเกินไปเพราะจะทำให้อาหารไหลแรงจนผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน หรือแน่นท้อง โดยเฉลี่ยควรใช้เวลาให้อาหารประมาณ 15–20 นาทีต่อมื้อ

เทอาหารเติมอย่าให้ขาดตอน: คอยสังเกตระดับอาหารในกระบอก จังหวะที่อาหารงวดลงจนเกือบหมดก้นกระบอกให้รีบพับสายแล้วเทอาหารเติมลงไปทันที เพื่อไม่ให้ลมวิ่งตามอาหารลงไปในท้อง


🔄 3. การล้างไล่สายและแนวทางหลังให้อาหาร (หลังให้)

ล้างไล่สายด้วยน้ำสะอาด (Flush Water): ทันทีที่อาหารเหลวหมดเกลี้ยงกระบอก ให้รีบเทน้ำสุกที่หายร้อนแล้วปริมาณ 30–50 ซีซี ตามลงไปทันที เพื่อล้างคราบไขมันและเศษอาหารที่เกาะค้างอยู่ในท่อให้สะอาด ป้องกันสายยางอุดตันและบูดเน่า

ปิดจุกสายยางให้สนิท: เมื่อน้ำสะอาดไหลผ่านสายหมดแล้ว ให้พับสายยาง ปลดกระบอกสูบออก แล้วปิดจุกปลายสายยางให้สนิทเนี้ยบเรียบร้อย

คงท่าศีรษะสูงต่ออีก 1 ชั่วโมง: หลังให้อาหารเสร็จ ต้องให้ผู้ป่วยนอนหนุนศีรษะสูง 30–45 องศาต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามจับนอนราบทันทีเด็ดขาด เพื่อให้อาหารไหลลงสู่ลำไส้เล็กจนหมด บล็อกโอกาสการเกิดกรดไหลย้อนหรือการสำลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ


⚠️ ข้อควรระวังและภาวะฉุกเฉิน

หากผู้ป่วยไอ จาม หรืออาเจียนระหว่างให้อาหาร: ให้หยุดให้อาหารทันที พับสายยาง และรีบจับผู้ป่วยนอนตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารเหลวหลุดสำลักเข้าไปอุดกั้นทางเดินหายใจ จากนั้นเช็ดทำความสะอาดช่องปากให้เรียบร้อย

ความสะอาดของอุปกรณ์: ถุงบรรจุอาหารและสายหยดหากนำมาล้างใช้ซ้ำ ไม่ควรใช้เกิน 24 ชั่วโมง และควรล้างด้วยน้ำยาล้างขวดนมเด็ก แช่น้ำส้มสายชูเจือจาง (1:3) เพื่อช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรีย และผึ่งให้แห้งในที่ร่ม ห้ามตากแดดจัดเพราะพลาสติกจะเสื่อมสภาพครับ